Posted on

นาฬิกาเรือนหนึ่ง

เรื่องนี้เริ่มต้นที่นี่ ณ. บ้านหลังเล็กๆที่แสนยากจน…….
บ้านหลังนี้มีเพียงเด็กหญิงนฤมล และแม่ของเธอ พ่อของเธอเสียชีวิตไปนานแล้ว และแม่ของเธอก็มีอาชีพขายขนมปรากริมไข่เต่าหาเช้ากินค่ำ ถึงกระนั้นด้วยความเป็นแม่ แม่ของนฤมลก็ยังพยายามส่งเสียให้นฤมลได้ร่ำเรียนในโรงเรียนที่เป็นมาตรฐาน
…………….
นฤมลพูดขึ้นกับแม่ในวันหนึ่ง
“แม่ หนูอยากได้นาฬิกา”
“มล บ้านเราไม่ค่อยมีเงินนะลูก แต่เอาเถอะ มันเรือนละเท่าไหร่กันล่ะ”
“ไม่แพงหรอกแม่ พันสองเอง”
“พันสอง!!” ผู้เป็นแม่อุทานขึ้น
“มันไม่ใช่เงินน้อย ๆ เลยนะลูก แม่ว่าเอาไว้ก่อนไม่ดีกว่าหรือ”
“แม่รักหนูมั๊ยเนี่ย”
“รัก แต่แม่ไม่มีเงินนะลูก วัน ๆ หนึ่งจะกินก็ยังไม่มีเลย”
“แต่หนูเกลียดแม่” เธอพูดแล้วก็ปึงปังออกจากบ้านไปโรงเรียน
………………
ตอนนั้นนฤมลได้เรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 แล้ว ด้วยความอายที่แม่ของตนมีอาชีพเป็นแม่ค้าขายขนมหาบเร่ นฤมลจึงกำชับบอกแม่ว่า แม่อย่าไปขายของที่โรงเรียนหนูนะ ผู้เป็นแม่ซึ่งก็เข้าใจกับความอาย แม่จึงไม่ไปขายขนมที่โรงเรียน
……………..
ตอนพักกลางวันของโรงเรียน ในวันหนึ่ง
“นฤมล มานี่เร็ว มากินของอร่อยนี่”
“อะไรหรือ” นฤมลก็เดินตามกลุ่มเพื่อนไปอย่างงง ๆ
“ขนมปลากริมเจ้านี่อร่อยจังเลย ป้าเค้าทำได้หวานมันมากเลยนะ”
“ไม่เห็นอยากกิน” นฤมลบอก เพราะเธอมักจะต้องกินปลากริมที่เหลือจากการขายทุกวันอยู่แล้ว
…………..
ทันทีที่นฤมลเห็นหาบเร่ของแม่ค้าคนนั้น เธอก็ตกใจอย่างมาก เพราะเธอจำได้ว่า นั่นเป็นแม่ของเธอไม่มีผิดเพี้ยน กำลังนั่งขายขนมให้เด็กนักเรียนอยู่ที่ข้างรั้ว

“ป้า ๆ มาขายอะไรตรงนี้” นฤมลโวยวาย
เมื่อแม่เห็นว่าเป็นลูกตัวเองก็เลยรีบเก็บหาบ แล้วก็เดินไป แต่ด้วยความรีบร้อน ทำให้สะดุดล้ม ขนมปลากริมที่เหลือและเงินที่ขายของได้ หกกระจัดกระจายไปทั่วฟุตบาท เมื่อเก็บเงินได้หมดแล้ว จึงรีบหาบหม้อปลากริมหนีไปอย่างเร็ว
……………
“แม่ หนูบอกแม่กี่ครั้งแล้วว่าอย่าไปขายของที่นั่น หนูอายเค้านะแม่ แล้ววันนี้แม่ก็ไป ถ้าเพื่อนหนูรู้นะ หนูโดนล้อแน่ๆ”
“มล แถวนั้นแม่ขายของหมดทุกวันเลยนะลูก ลูกอยากได้นาฬิกาใช่ไหมล่ะ แม่เก็บเงินได้เยอะแล้วนะ ลูกจะได้ได้นาฬิกาอันที่ลูกอยากได้ไงล่ะ”
“แต่แม่ทำแบบนี้ ก็เท่ากับทำให้หนูอายนะ หนูเกลียดแม่ที่สุด”
…………..
วันรุ่งขึ้น คุณครูของนฤมลก็สั่งให้นักเรียนทุกคนเขียนเรียงความเรื่อง แม่ของฉัน แล้วให้นำมาส่งอาทิตย์หน้า และให้ทุกคนไปบอกแม่ให้มางานวันแม่ที่โรงเรียนทุกคนด้วย

นฤมล ไม่รู้จะเขียนอะไร…
นฤมล ไม่สามารถนึกความดีของแม่ที่ให้กับตนได้…
นฤมล ไม่เคยได้อะไรที่อยากได้!!
……………
เย็นวันนั้นกลับไป นฤมลก็ไปทำการบ้าน และกินปลากริมไข่เต่าที่เหลือจากการขายดังเช่นทุกวัน พลางนึกว่า
‘แม่เราจะมีอะไรดีหนอ รักเราหรือเปล่าก็คงไม่ เราอยากได้อะไรก็ไม่เห็นจะได้ เรื่องนาฬิกามันก็คงไม่จริง แม่ก็คงหลอกให้เรารอ เหมือนของชิ้นก่อน ๆ ที่เราเคยขอ’
คืนนั้น นฤมลนั่งเขียนเรียงความ นฤมลก็ยังไม่รู้จะเขียนอะไร?
…………….
วันรุ่งขึ้นแม่บอกกับนฤมลว่า วันนี้กลับบ้านแต่หัววันหน่อยนะลูก แล้วแม่ก็ยิ้มให้ ซึ่งนฤมลก็ทำกริยาบ่นแม่เรื่องนาฬิกาที่หล่อนอยากได้ว่า
“ทำยังไงแม่ก็ไม่ซื้อให้หนู แม่ไม่รักหนู หนูก็ไม่รักแม่ แล้วจะทำตามที่แม่บอกทำไม”
แม่ของนฤมลไม่ตอบว่าอะไร ได้แต่ยิ้มให้ลูก
……………
วันนั้นนฤมลไปเรียนตามปกติ ครูก็ถามว่า ใครเขียนเรียงความไปถึงไหนแล้ว
นฤมลนั่งเงียบ…
นฤมลหาสิ่งที่จะเขียนลงไปไม่ได้…
นฤมลไม่รู้สึกถึงความรักที่แม่ให้
…………..
เย็นวันนั้น…
“นฤมล กลับบ้านกันเถอะ”
“อืม ไปสิ”

นฤมลเดินกลับบ้านกับเพื่อนและมองร้านขายนาฬิกาที่อยู่ฝั่งตรงข้าม
“มล คนเค้ามุงอะไรกันน่ะ”
“รถชนหรือเปล่า แต่ชนใครที่ไหนก็ไม่รู้ ช่างเหอะ”
“มล ป้าคนนั้นไงที่ขายขนมที่เราเรียกเธอกินวันนั้นไง ป้าเค้าโดนรถชน”
นฤมลนึก ‘แม่!!’
……………
เธอรีบวิ่งไปดูเห็นหาบขนมและไม้คานเกลื่อนกลาด หม้อดินใส่ขนมแตกละเอียด และร่างผู้หญิงที่นอนจมกองเลือดอยู่ตรงนั้น… แม่ของเธอเอง
“แม่!!!” นฤมลตะโกนออกมาเธออุ้มร่างนั้นขึ้นมาพร้อมกับร้องไห้ฟูมฟายจนกระทั่งร่างนั้นกระตุกและสะอึกขึ้น
“มล แม่รักหนูมากนะ” พร้อมกันนั้นแม่ของเธอก็ยื่นมือข้างขวาที่กำอยู่แน่นและค่อย ๆ แบมือออก
ภายในมีนั้นมีนาฬิกาที่เปื้อนเลือดอยู่
“หนูก็รักแม่ค่ะ”
แม่ของเธอยิ้มแล้วสะอึก ขาดใจตายไปในที่สุด
“แม่!!!” เธอตะโกนออกมาอีก
……………..
นฤมลเสียใจมาก ร้องไห้ออกมา มือก็ยังกำนาฬิกาเรือนที่แม่ของเธอซื้อให้ไว้แน่น
นฤมลรู้สึกได้ถึงความรัก…
นฤมลรู้สึกได้ถึงความเป็นแม่…
นฤมลรู้สึกได้ถึงความรักที่บริสุทธิ์
……………
หลังจากนั้นนฤมลกลับบ้านไประหว่างทางนั้น เธอก็ร้องไห้ไปตลอดทาง เมื่อกลับมาถึงบ้าน
นฤมลมองจานกับข้าวที่เธอกินกับแม่เมื่อเช้านี้…
นฤมลมองตรงเก้าอี้ไม้ที่แม่ชอบนั่ง…
นฤมลมองไปที่กระดาษเรียงความ…
นฤมลรู้แล้วว่า จะต้องเขียนอะไรลงในกระดาษใบนั้น…

เธอเขียนเรียงความได้มากที่สุด โดยเธอเล่าถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่แม่ทำให้เธอจวบจนวาระสุดท้ายของแม่ที่จนนาทีสุดท้าย แม่ก็ยังทำเพื่อเธอ…
และที่วันนี้ไม่มีแม่ ก็เพราะเธอ
……………
เมื่องานวันแม่มาถึง นักเรียนทุกคนนำแม่มานั่งในที่ ๆ จัดไว้ให้ แต่ที่ที่จัดไว้ให้แม่ของนฤมล ..ว่างเปล่า!!
………….
เรียงความของเธอได้รับตำแหน่งที่ 1 ครูจึงได้ให้เธอไปพูดเกี่ยวกับเรียงความชิ้นนี้
นฤมลเดินขึ้นไปบนเวที
เธอพูดขึ้น เล่าทุกสิ่งทุกอย่าง เหมือนที่ผมเล่าให้คุณฟัง ผู้ปกครองและทุกคนที่นั่งฟังน้ำตาไหลซึม… รวมทั้งเธอด้วย…
……………
ขณะที่เธอพูดเรื่องเรียงความของเธอ นฤมลกวาดสายตาไปทั่วห้องประชุม และพบว่า มีแต่ที่ของเธอเท่านั้นที่ว่างเปล่า ที่ตรงนั้น ณ วันนี้แม่ของเธอควรจะมานั่งและชื่นชมยินดีกับเธอ แต่วันนี้ไม่มีแม่อีกแล้ว

มีแต่นาฬิกาเรือนสวยที่เธอใส่อยู่
และเธอสัญญากับตัวเองว่า
จะรักษานาฬิกาเรือนนี้ เท่าชีวิต…

via #ประโยคบอกเล่า :)